เปรตกินส่วนต่างวัด

เปรตกินส่วนต่างวัด

บุญมีจริงบาปก็มีจริง สองร้อยกว่าปีมาแล้วยังเป็นเปรตอยู่เลย

ปกติหลวงปู่จะนั่งสมาธิทุกวัน วันหนึ่ง หลวงปู่ก็นั่งสมาธิจนเกิอบจะตีหนึ่ง ได้ยินเสียงเหมือนเสียงระเบิดดังตึ้ม เห็นแสงวูบขึ้นไปสูงกว่าตึกสว.ห้าชั้น วูบขึ้นไปสว่างจ้า จิตของเราก็จดจ้องไป

ก็เห็นคนสองคนยืนเคียงคู่กันตรงไปไฟวูบขึ้นไป แล้วคนสองคนก็ขยายตัวออก ยืนเคียงไหล่กัน สูงขึ้นไปเท่ากับตึกสว ไฟก็พุ่งออกตามร่างกาย ลามไปตามเนื้อตามตัว

หลวงปู่คิดสงสารก็เลยถามไปว่า …
“กรรมอะไรจึงได้มาเป็นอย่างนี้”

เขาก็เลยเล่าให้ฟังว่า… ในอดีตชาติ เขาเป็นทายกวัดในคราวที่วัดบวรสร้างโบสถ์ใหม่ ๆ เขาไปสั่งกระเบื้อง มุงหลังคาโบสถ์ เขาตีราคากัน แผ่นละ ๑๒ บาท ทางวัดจ่าย ๑๒ บาท แต่เขาเอาไปจ่ายค่ากระเบื้อง ๖ บาท อีก ๖ บาทแบ่งกันใช้สองคน

หลวงปู่จึงว่า … โอ! เป็นแบบนี้มันแก้กันไม่ได้หรอก ก็ต้องใช้กรรมไป เขาก็ร้องไห้ครวญครางอยู่ที่วัดบวรนี่ล่ะ

หลวงปู่จึงมาพิจารณา เอาของสงฆ์มานี่มันบาปจริง อย่างที่คนโบราณเขาพูด ไม่ใช่ว่าเขาพูดหลอกหลวง มันบาปจริง ๆ เป็นเปรตจริง ๆ สองร้อยกว่าปีมาแล้วยังเป็นเปรตอยู่เลย

เพราะฉะนั้นให้พวกเราเข้าใจว่า ว่าบาปมีอยู่จริง ไม่ใช่มีแต่บุญนะ บุญมีจริง บาปก็มีจริง สิ่งไหนที่ไม่ถูกต้องก็คือสิ่งที่ผิดศีลห้า พวกเราอุบาสกอุบาสิกาผู้ถือศีลห้าศีลแปด ก็คือผู้ปลดเปลื้องจากการกระทำความชั่ว สิ่งไหนที่เป็นของดี เราก็ปฏิบัติ

เมื่อเราเข้าใจอย่างนี้ ก็ไม่เป็นบาปเป็นกรรม สิ่งที่เป็นบาปเป็นกรรมก็มาจากความโลภความโกรธความหลง เมื่อเป็นบาปเป็นกรรมแล้วมันก็แก้กันไม่ได้ อย่างนี้ล่ะ อยู่เป็นเปรตมาเป็นร้อยปี ที่เป็นหมื่นปีพันปีก็มี

พวกเราเมื่อรู้แล้วก็ให้มีความเกรงกลัวละอายต่อบาป มีหิริ โอตตัปปะ ให้เกรงกลัวต่อความชั่วทั้งปวงในจิตในใจตลอดไป

โอวาทธรรมคำสอนพ่อแม่ครูอาจารย์

องค์หลวงปู่ไม อินทสิริ

วัดป่าเขาภูหลวง อ.วังน้ำเขียว จ.นครราชสีมา

This entry was posted in ความเชื่อ and tagged . Bookmark the permalink.

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *